ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

รักษาไมเกรนกับหมอสมอง ที่ H8 Clinic | ตรวจให้ชัด รักษาให้ถูก

รักษาไมเกรนที่ H8 Clinic ทำอะไรบ้าง? ทำไมถึงไม่ใช่แค่จ่ายยาแก้ปวด


เพราะไมเกรนไม่ใช่แค่อาการปวดหัวธรรมดา แต่เป็นโรคทางระบบประสาทที่ซับซ้อน และในแต่ละคนก็มีรายละเอียดของโรคไม่เหมือนกัน แล้วคำถามคือ ปวดหัวแบบไหนคือไมเกรน 

บางคนปวดไม่บ่อย บางคนปวดถี่มาก บางคนปวดร่วมกับคลื่นไส้ แพ้แสง แพ้เสียง เวียนหัว นอนไม่ดี หรือมีความเครียด วิตกกังวล ซึมเศร้า ร่วมด้วย บางท่านอาการรบกวนชีวิตจนทำงานแทบไม่ได้เลย 
 

ไมเกรนไม่ใช่แค่ปวดหัวธรรมดา


ดังนั้นการรักษาไมเกรนที่นี่ จึงไม่ใช่แค่จ่ายยาแก้ปวด แต่ต้องดูทั้งรูปแบบของโรค ความรุนแรง ตัวกระตุ้น ยาที่เคยใช้ โรคร่วม และผลกระทบต่อชีวิตของคนไข้แต่ละท่านด้วยค่ะ

บางคนยังอยู่ในระยะเริ่มต้น ใช้ยาอย่างถูกต้อง ปรับพฤติกรรมดี ๆ อาการก็อาจควบคุมได้

แต่หลายท่านเป็นมานาน 5–10 ปี ปวดถี่ กินยาแก้ปวดบ่อย จนเริ่มมีภาวะปวดศีรษะจากการใช้ยาเกิน หรือมีปัญหาความเครียด วิตกกังวล ซึมเศร้าร่วมด้วย แบบนี้การรักษาก็ต้องมากขึ้น และครอบคลุมมากกว่าการให้ยาอย่างเดียวค่ะ
 

7 ขั้นตอนรักษาไมเกรนที่ H8 Clinic


สรุปสั้น ๆ ก่อน: รักษาไมเกรนที่ H8 Clinic ทำอะไรบ้าง


ที่ H8 Clinic การรักษาไมเกรนจะดูเป็นระบบ ตั้งแต่

1. ตรวจวิเคราะห์ให้ชัดก่อนว่าเป็นไมเกรนจริงไหม
2. ประเมินระดับความรุนแรงของโรค
3. ใช้ Migraine Diary ช่วยติดตามอาการ
4. ปรับการใช้ยาแก้ปวดให้ถูก แก้ภาวะติดยา
5. วางแผนการรักษาไมเกรน ด้วยการใช้ยาป้องกัน
6. จัดการตัวกระตุ้น และการใช้ชีวิต เพื่อลดการกระตุ้นไมเกรน
7. รักษาโรคร่วม ที่ทำให้ไมเกรนแย่ลง

เป้าหมายไม่ใช่แค่ให้หายปวดเป็นครั้ง ๆ แต่คือช่วยให้คนไข้ปวดไมเกรนน้อยลงจริง ๆ ในระยะยาว ใช้ยาแก้ปวดน้อยลง เข้าใจโรคของตัวเองมากขึ้น และกลับไปใช้ชีวิตได้เป็นปกติ มีความสุขยิ่งขึ้นค่ะ
 

ตรวจให้ชัดว่าเป็นไมเกรนจริงหรือไม่


1. วินิจฉัยให้ชัดก่อนว่าเป็นไมเกรนจริงหรือไม่


รักษาไมเกรน ที่ดี ต้องเริ่มจากการซักประวัติอย่างละเอียดค่ะ โดยหมอจะประเมินว่าอาการปวดหัวที่เป็นอยู่เป็นไมเกรนจริงหรือไม่ หรือมีโรคปวดหัวชนิดอื่นร่วมด้วยหรือเปล่า เช่น ปวดศีรษะจากกล้ามเนื้อตึง ปวดหัวคลัสเตอร์ ไมเกรนเวียนหัว หรือปวดหัวจากการใช้ยาแก้ปวดมากเกินไป

สิ่งที่ต้องประเมิน เช่น

- ตำแหน่งที่ปวด
- ลักษณะอาการปวด
- อาการร่วม และตัวกระตุ้น
- มีตัวกระตุ้นชัดเจนหรือไม่

เพราะจากประสบการณ์ของหมอ พบว่าหลายท่านคิดว่าตนเองเป็นไมเกรนมาตลอด แต่จริง ๆ แล้วเป็นปวดศีรษะเรื้อรังชนิดอื่น เช่น ปวดศีรษะคลัสเตอร์ หรือปวดเทนชั่น ทำให้รักษาไม่หาย เพราะรักษาผิดโรคอยู่ค่ะ
 

ประเมินความรุนแรง


2. ประเมินความรุนแรงของโรค ไม่ดูแค่ว่า “ปวดหรือไม่ปวด”


หลังจากรู้ว่าอาการเข้าได้กับไมเกรนหรือไม่ ขั้นต่อไปคือการประเมินความรุนแรงของโรคค่ะ หมอจะดูทั้งจำนวนวันปวดต่อเดือน ความรุนแรงของอาการ ต้องใช้ยาแก้ปวดมากแค่ไหน และโรคกระทบกับชีวิตมากแค่ไหน รวมถึงต้องประเมินด้วยค่ะ ว่าคนไข้เป็น “ไมเกรนเรื้อรัง” แล้วหรือยัง เพราะการรักษาจะแตกต่างออกไปด้วยค่ะ
คนไข้ไมเกรนแต่ละระดับจะได้รับการรักษาไม่เหมือนกันค่ะ ท่านที่ปวดเดือนละ 1–2 ครั้ง ยังกินยาแก้ปวดไม่มาก และได้ผลดี อาจใช้แผนการรักษาแบบหนึ่ง แต่ท่านที่ปวด 8–10 วันต่อเดือน หรือปวดมากกว่า 15 วันต่อเดือน อาจต้องเริ่มการรักษาเชิงป้องกันอย่างจริงจัง ลดความไวของสมองต่อตัวกระตุ้น เพื่อป้องกันไม่ให้โรคเข้าสู่วงจรเรื้อรังมากขึ้นอีกค่ะ
 

จด Migraine Diary


3. ใช้ Migraine Diary เพื่อดูรูปแบบโรคจริง ไม่อาศัยความจำอย่างเดียว


คนไข้ส่วนมาก ไม่รู้ว่าอะไรทำให้ปวด และจะจำอาการปวดจริง ๆ ไม่ได้ บางคนคิดว่าตัวเองปวดแค่เดือนละไม่กี่ครั้ง แต่เมื่อเริ่มจดจริง ๆ กลับพบว่ามีวันปวดมากกว่าที่คิด หรือบางคนไม่รู้ว่าตัวเองกินยาแก้ปวดเยอะมาก (หลายท่านจดแล้วพบว่ากินเกือบ 100 เม็ดต่อเดือน) ที่ H8 Clinic หมอจึงให้ความสำคัญกับ Migraine Diary หรือสมุดบันทึกไมเกรน เพราะช่วยให้หมอและคนไข้มองเห็นโรคอย่างเป็นระบบค่ะ 

สิ่งที่ควรบันทึกใน migraine diary ได้แก่

- วันที่ปวด
- ระดับความปวด
- ปวดนานแค่ไหน
- มีอาการร่วมอะไรบ้าง เช่น คลื่นไส้ แพ้แสง เวียนหัว
- กินยาอะไรไปบ้าง
- ยาได้ผลแค่ไหน
- วันนั้นมีตัวกระตุ้นอะไร เช่น นอนน้อย เครียด อาหาร แสงแดด รอบเดือน หรือคอ บ่า ไหล่ตึง
- อาการกระทบชีวิตมากแค่ไหน

Migraine Diary ช่วยให้การรักษาแม่นยำขึ้น เพราะหมอสามารถใช้ข้อมูลจริงมาประเมินว่า ควรปรับยาไหม ควรเริ่มยาป้องกันหรือยัง ควรระวังภาวะใช้ยาแก้ปวดมากเกินไปหรือไม่ และการรักษาที่ทำอยู่ได้ผลแค่ไหนค่ะ
 

ปรับการใช้ยาแก้ปวดให้ถูก รักษาภาวะติดยาแก้ปวด


4. ปรับการใช้ยาแก้ปวดให้ถูก รักษาภาวะติดยาแก้ปวด


คนไข้ไมเกรนจำนวนมากมีปัญหาเรื่อง “ใช้ยาแก้ปวดไม่ถูกต้อง” ด้วยค่ะบางท่านกินยาช้าเกินไป บางท่านเลือกยาไม่เหมาะกับอาการ บางท่านกินยาน้อยไป(กลัวติดยา แต่ทำให้ไมเกรนคุมไม่ได้) แต่บางท่านก็กินยามากไปจนเกิดภาวะ ปวดศีรษะจากการใช้ยาเกิน หรือที่เรียกว่า medication overuse headache ซึ่งจะทำให้สมองไวกับความปวดมากยิ่งขึ้น ยิ่งต้องใช้ยามากขึ้นเรื่อย ๆ และรักษายากมากขึ้นด้วยค่ะ
    
ดังนั้นส่วนหนึ่งของการรักษา ที่เฮชเอทคลินิก คือการให้ความรู้เรื่องการใช้ยาอย่างถูกต้อง ว่าควรกินเมื่อไร กินอย่างไร และเมื่อไรที่ควรหยุดวงจรการพึ่งยาแก้ปวด รวมถึงวางแผนการรักษาอย่างจริงจังในท่านที่มีภาวะติดยาแก้ปวดอยู่ด้วยค่ะ
 

ใช้ยารักษาเชิงป้องกัน


5. วางแผนการรักษาไมเกรน ด้วยการใช้ยาป้องกัน


หลายคนไม่รู้ว่าไมเกรนมี "ยาสำหรับป้องกัน" โดยเฉพาะ ไม่ต้องรอให้ปวดแล้วค่อยกินแต่ยาแก้ปวดนะคะ ปัจจุบันการรักษาพัฒนาไปมาก มีทั้งยารับประทาน และ ยาฉีด (ยับยั้งสาร CGRP ซึ่งเป็นต้นเหตุของไมเกรน เป็นมาตรฐานการรักษาไมเกรนในปัจจุบันแล้วค่ะ) ซึ่งการใช้ยาป้องกันอย่างถูกต้อง จะช่วยลดทั้งความถี่และความรุนแรงของไมเกรนในระยะยาว ทำให้อาการปวดลดลงจนแทบไม่ต้องกินยาแก้ปวดได้เลยค่ะ

นอกจากการใช้ยากิน และยาฉีดไมเกรนแล้ว ยังมีการรักษาเชิงป้องกันด้วยการฉีดโปรแกรมโบท๊อกซ์ไมเกรน ซึ่งเป็นมาตรฐาน US FDA ในการป้องกันของคนไข้ที่เป็นไมเกรนเรื้อรัง ซึ่งหมอก็จะพิจารณาการรักษานี้ตามอาการของคนไข้แต่ละท่านค่ะ

จัดการตัวกระตุ้น และปรับการใช้ชีวิต


6. จัดการตัวกระตุ้น และปรับการใช้ชีวิตให้เหมาะกับโรค


ไมเกรนเป็นโรคที่สัมพันธ์กับการใช้ชีวิตมากค่ะ และหลายงานวิจัยก็พบว่า คนไข้ไมเกรนส่วนใหญ่ยังไม่ได้พยายาม จัดการเลี่ยงตัวกระตุ้นอย่างจริงจัง ทำให้การรักษาไมเกรนทำได้ยากขึ้นด้วยค่ะ ทั้งเรื่องการนอน การกินอาหาร ความเครียด การทำงานหนักเกินไป การพักผ่อนไม่พอ หรือใช้ชีวิตไม่เป็นเวลา ล้วนทำให้อาการไมเกรนคุมยากขึ้นได้
หลายคนรักษามาหลายปีแต่ไม่ดีขึ้น เพราะยังมีตัวกระตุ้นซ่อนอยู่ในชีวิตประจำวัน การจดบันทึกไมเกรน และการค่อย ๆ ปรับพฤติกรรมให้เหมาะกับโรค จึงเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้ไมเกรนดีขึ้นในระยะยาว และลดการกลับมาเป็นซ้ำได้ค่ะ
 

รักษาโรคร่วมที่ทำให้ไมเกรนแย่ลง


7. รักษาโรคร่วม ที่ทำให้ไมเกรนแย่ลง


คนไข้ไมเกรนหลายท่านที่เป็นมานาน ๆ รักษาแล้วไม่ดีขึ้น เพราะมีโรคอื่น ๆ ซ่อนอยู่ด้วย หมอจึงต้องพูดคุยและค้นหาโรคร่วมเหล่านี้ เช่น จำนวนไม่น้อยมีอาการปวดตึงคอ บ่า ไหล่ร่วมด้วย และในบางท่านอาการเหล่านี้อาจเป็นปัจจัยร่วมที่กระตุ้นให้ไมเกรนกำเริบง่ายขึ้นค่ะ

ตัวอย่างโรคร่วมเช่น "ปวดตึงกล้ามเนื้อคอบ่าไหล่" ซึ่งจะส่งผลย้อนกลับไปกระตุ้นไมเกรนให้กำเริบขึ้น นอกจากนี้ยังมี "โรคทางอารมณ์" เช่น โรคเครียด ซึมเศร้า หรือวิตกกังวล ที่พบร่วมด้วยถึง 20-30% 

รวมไปถึงปัญหาการนอน การใช้ยาแก้ปวดมากเกินไป ภาวะมึนศีรษะ เวียนศีรษะ หรือโรคทางกาย โรคอ้วน ความดัน เบาหวาน ก็เป็นโรคร่วมที่พบบ่อย ถ้าไม่รักษาให้ดี ไมเกรนก็จะแย่ไปด้วยค่ะ

ที่คลินิกจึงมีการประเมินร่วมกับนักกายภาพบำบัด และใช้เครื่องมือทางกายภาพตามความเหมาะสม เช่น PMS, radial shockwave, ultrasound therapy, HPL หรือ traction เพื่อช่วยลดอาการตึง ปวด และปรับการทำงานของกล้ามเนื้อร่วมด้วย รวมไปถึงการพิจารณาให้คนไข้ทำ CBT กับนักจิตบำบัดเพื่อรักษาภาวะจิตใจในบางท่านด้วยค่ะ
 

ควรพิจารณาพบแพทย์เพื่อประเมินไมเกรน หากมีอาการเหล่านี้


ควรพิจารณาพบแพทย์เพื่อประเมินไมเกรน หากมีอาการเหล่านี้ !!


เมื่อไหร่ควรพบแพทย์ ถ้าเป็นไมเกรนเรื้อรัง

- ปวดไมเกรนบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ
- ปวดหัวมากกว่า 4 วันต่อเดือน
- ปวดจนกระทบงาน การเรียน การนอน หรือชีวิตประจำวัน
- กินยาแก้ปวดบ่อย กินยาแล้วไม่ค่อยดีเหมือนเดิม
- เริ่มกลัวว่าจะปวดอีกเมื่อไร ไม่กล้าออกไปใช้ชีวิต
- มีเวียนหัว มึนหัว สมองล้า แพ้แสง แพ้เสียงร่วมด้วย
- มีคอ บ่า ไหล่ตึงร่วมกับไมเกรน
- เคยรักษาหลายวิธีแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น
- ไม่แน่ใจว่าอาการที่เป็นคือไมเกรนจริงหรือไม่

การเข้ามาประเมินไม่ได้แปลว่าต้องเริ่มปรับยากิน ใช้ยาฉีด หรือเริ่มยาหนักทันทีค่ะ แต่เป็นการดูให้ชัดว่าโรคอยู่ระดับไหน และควรเริ่มจากวิธีใดจึงเหมาะกับคนไข้คนนั้นมากที่สุดค่ะ
 

แพทย์เฉพาะทางระบบประสาทและสมอง
 

“เป็นไมเกรนเรื้อรังมา 7 ปี อาเจียนทุกครั้งที่ปวดหัว รักษามาหลายวิธีก็ไม่ดีขึ้น รู้สึกท้อแท้กับการรักษา จนเข้ามาปรึกษากับคุณหมอนุ่ม ตอนนี้อาการโดยรวมดีขึ้นมาก”

คุณนก / คนไข้ไมเกรน

 

“เพื่อนแนะนำให้มารักษาไมเกรนกับคุณหมอนุ่ม หลังรักษาและปรับยาตอนนี้อาการดีขึ้นจริง ๆ ค่ะ”

คุณสุภาพ / คนไข้ไมเกรน

 

“ปวดไมเกรนหนักมา 23 ปี ปวดหนักขึ้น 15 วันต่อเดือน รักษาหลายวิธีไม่ดีขึ้น ล่าสุดเริ่มใช้ยาฉีดป้องกันไมเกรน ตอนนี้ฉีดมา 6 เข็ม อาการปวดหายไปเลยค่ะ”

คุณจู๊ด / คนไข้ไมเกรน

 

“จากที่ต้องทานยาแก้ปวดทุกวัน คุณหมอนุ่มให้คำแนะนำในการรักษาไมเกรนได้ดีมาก ทำให้ไม่เกิดการติดยาแก้ปวด หรือปัญหาใช้ยาเกินขนาด”

คุณติ๊ก / คนไข้ไมเกรน

 

“เป็นไมเกรนเวียนหัวเรื้อรัง ปวดมากกว่า 15 วันต่อเดือน จนมาเจอหมอนุ่มทาง YouTube และตัดสินใจรักษา ตอนนี้อาการดีขึ้นมาก ๆ ”

คุณธนินธร / คนไข้เวียนหัวไมเกรน